วัตถุประสงค์ รายงานฉบับนี้กำหนดแนวทางการรวบรวมและระบายน้ำผิวดินออกจากพื้นที่โครงการ SAFEBOX พัทยา โดยกำหนดฝนออกแบบ อัตราการไหลสูงสุด ขนาดและความลาดของรางระบายน้ำรูปตัวยู (U-ditch) และจุดเชื่อมต่อปล่อยน้ำ เพื่อให้สถาปนิกโครงการและวิศวกรโยธาผู้ได้รับใบอนุญาตใช้ตรวจสอบ ลงนามรับรอง และจัดทำแบบรายละเอียด ระดับดินทั้งหมดในรายงานนี้ได้จากการสำรวจภูมิประเทศด้วยเครื่องมือ (80 จุดระดับ ใช้หมุดระดับสมมติท้องถิ่น “ELE 0.000” ที่ถนนด้านตะวันออก) ระดับท้องรางขั้นสุดท้ายต้องผูกกับระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และระดับท้องท่อระบายน้ำถนนด้านตะวันออกก่อนก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องก่อสร้าง — จำเป็นต้องมีท่อ / รางระบายน้ำ / ท่อลอดหรือไม่? / What gets built
จำเป็น — ต้องมีระบบระบายน้ำแบบไหลตามแรงโน้มถ่วงอย่างง่าย เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างราบและปูผิวเต็มพื้นที่ น้ำไหลนองบนผิวต้องถูกดักและนำไปสู่จุดปล่อยน้ำที่ควบคุมได้เพียงจุดเดียว ประกอบด้วย:
ไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ พื้นที่ทั้งหมดลาดลงสู่มุมตะวันออกเฉียงใต้ตามธรรมชาติ (ระดับต่างธรรมชาติ 1.57 ม. ลงสู่จุดต่ำสุด) การระบายน้ำจึงอาศัยแรงโน้มถ่วงทั้งหมด — ไม่มีสถานีสูบน้ำ ไม่ใช้ไฟฟ้า ไม่มีอุปกรณ์เครื่องกล
⭐ แบบวิศวกร — รับเมื่อ 13 ก.ค. 2569 ใช้เป็นแบบหลักแล้ว / Engineer’s scheme — ADOPTED
แบบระบายน้ำหลักของโครงการ (แสดงสีเดียวในรูปที่ 1 และแบบจำลอง 3 มิติ): รางระบายน้ำคอนกรีตสำเร็จรูปรูปตัวยูพร้อมฝาตะแกรงเหล็ก ตามแนวเขตด้านทิศเหนือและทิศใต้ เชื่อมด้วยรางเชื่อมแนวเหนือ–ใต้ภายในลาน ด้านตะวันตกของลานหน้าทางเข้า โดยยกผิวลานเป็นสันกลาง (crown) ให้แต่ละครึ่งรีดน้ำลงรางที่ใกล้ที่สุด การปล่อยน้ำใช้ท่อลอดเข้าบ่อพักน้ำใต้ดินทรงสี่เหลี่ยม 2 จุด (บ่อรวม/บ่อดักตะกอน) บนแนวท่อระบายน้ำสาธารณะถนนด้านตะวันออก — บ่อที่ 1 ด้านเหนือ (เชื่อมเข้าบ่อพักถนน DRAIN 02) และ บ่อที่ 2 ด้านใต้ ทุกแนวรางลาดจากตะวันตกไปตะวันออกตามความลาดธรรมชาติ (NW สูง +1.15 → SE ต่ำ −0.42; ถนนต่ำกว่าแปลง 0.45–0.67 ม.) ระบบจึงยังอาศัยแรงโน้มถ่วงทั้งหมด
| รายงานฉบับนี้ (§2) | แบบวิศวกร (13 ก.ค.) | |
|---|---|---|
| แนวรางรวบรวม | ทิศใต้ (หลัก) + ทิศตะวันออก | เหนือ + ใต้ + รางเชื่อม N–S (ตะวันตกของลานหน้าทางเข้า) |
| ชนิดราง | รางยูเปิด ฝาตะแกรงเฉพาะจุดตัดผ่าน | รางยูสำเร็จรูปฝาตะแกรงตลอดแนว |
| การปรับระดับลาน | ลาดขวางลงทิศใต้/ตะวันออก | สันกลาง — ครึ่งเหนือ/ใต้แยกรีดน้ำ |
| จุดปล่อยน้ำ | 1 จุด (มุม SE) | บ่อพักน้ำใต้ดิน 2 จุด (เหนือ + ใต้) บนท่อสาธารณะ — รางสั้นและตื้นกว่า |
การประเมิน: สอดคล้องกับผลสำรวจด้วยเครื่องมือและหลักอุทกวิทยาของรายงานนี้ (§3–§5 ใช้ได้ตามเดิม) การแบ่งเป็น 2 จุดปล่อยน้ำทำให้แต่ละช่วงรางสั้นลงครึ่งหนึ่งและวางท้องรางตื้นกว่า เห็นชอบในหลักการ โดยมีเงื่อนไข:
แสดงในรูปที่ 1 (สีเหลืองอำพัน) และในแบบจำลอง 3 มิติ ชั้นข้อมูล 💧 (รางสีอำพัน จุดปล่อยน้ำสีแดง 2 จุด) งบประมาณ: ส่วนเพิ่มของรางทิศเหนือ + จุดปล่อยน้ำที่ 2 เหนือจากตาราง §8 ประมาณ ฿150,000–260,000 (ราง ~100 ม. @ ฿1,400–1,800/ม. + โครงสร้างจุดปล่อยน้ำ ฿40,000–80,000) — ให้ตรวจสอบกับวงเงินงานระบายน้ำในงบประมาณหลัก
ที่ดินเฟส 1 เป็นแปลงรูปห้าเหลี่ยมเนื้อที่ 4,911 ตร.ม. ด้านทิศเหนือติดมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และมีถนนทางเข้าสาธารณะตามแนวเขตด้านทิศตะวันออก (ด้าน P3–P4) ถนนด้านตะวันออกมีระบบระบายน้ำสาธารณะอยู่แล้ว หลังการก่อสร้างพื้นผิวจะเป็นพื้นผิวทึบน้ำประมาณ 85% (ลาดยางแอสฟัลต์เต็มแปลงรวมหลังคาโมดูล) จึงใช้ค่าสัมประสิทธิ์การไหลนอง C = 0.90
พื้นที่ค่อนข้างราบ: ระดับต่างรวมทั้งแปลงเพียง 1.57 ม. (ช่วงระดับสำรวจ +1.154 ถึง −0.418 ม. เฉลี่ย +0.40 ม. ระดับท้องถิ่น) ประเด็นสำคัญคือจุดต่ำสุดตามธรรมชาติอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ (≈−0.42 ม. ระดับท้องถิ่น) — ตรงกับตำแหน่งท่อระบายน้ำของถนนด้านตะวันออกพอดี และตัวถนนยังต่ำกว่า (−0.45 ถึง −0.67 ม.) — ส่วนจุดสูงสุดอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือ (≈+1.15 ม.) พื้นที่มีแนวโน้มระบายน้ำลงสู่มุมตะวันออกเฉียงใต้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว การออกแบบนี้ใช้ประโยชน์จากความลาดดังกล่าว ไม่มีการบังคับให้น้ำไหลขึ้นเนินไปทางแนวมอเตอร์เวย์ 7
| จุดมุมแนวเขต | ระดับ (ม. ท้องถิ่น) | ตำแหน่ง |
|---|---|---|
| NW | +1.15 | ตะวันตกเฉียงเหนือ — จุดสูงสุด (ค่าสูงสุดสำรวจ) |
| N | +0.21 | เหนือ (ติดมอเตอร์เวย์ 7) |
| NE | +0.18 | ตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอบถนนด้านตะวันออกตอนบน) |
| SE | −0.42 | ตะวันออกเฉียงใต้ — จุดต่ำ / มุมปล่อยน้ำ (ค่าต่ำสุดสำรวจ) |
| SW | +0.74 | ตะวันตกเฉียงใต้ |
จุดมุมแปลงเฟส 2 (อนาคต ทางใต้): ระดับสำรวจ ~+0.45 ถึง −0.41 ม. ท้องถิ่น — แปลงด้านใต้อยู่ต่ำกว่าเฟส 1 และก็ลาดลงสู่มุมตะวันออกเฉียงใต้จุดเดียวกัน
รางรวบรวมรูปตัวยูรอบพื้นที่ 2 แนว วางอยู่ในแนวระยะร่น / แนวรั้ว (พ้นแนวฐานโมดูลทั้งหมด อาคารสำนักงาน และประตู) แล้วบรรจบกันที่จุดปล่อยน้ำจุดเดียวที่มุมตะวันออกเฉียงใต้:
การปรับระดับผิวแอสฟัลต์ ลานปูผิวทำความลาดขวางตื้น 1–2% เข้าหารางรอบพื้นที่ทั้งสองแนว เพื่อไม่ให้น้ำไหลนองขังชนฐานโมดูล หลังคาโมดูลระบายน้ำลงช่องทางรถ ซึ่งลาดลงสู่แนวรางรอบพื้นที่เดียวกัน
ค่าฝนรายวันสูงสุดใช้ข้อมูล Open-Meteo ERA5 reanalysis ของกริดที่ตั้งโครงการ ช่วงปี 1995–2025 ปรับเข้าการแจกแจงแบบ Gumbel (EV-I) ปริมาณฝน 24 ชม. สูงสุดที่บันทึกได้คือ 91.5 มม. (8 ก.ย. 2021) ช่วงมรสุมสูงสุดคือเดือนกันยายน–ตุลาคม (~250 / 220 มม./เดือน)
| รอบการเกิดซ้ำ | 2 ปี | 5 ปี | 10 ปี | 25 ปี | 50 ปี | 100 ปี |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ฝน 24 ชม. (มม.), Gumbel | ≈52 | ≈66 | ≈74 | 80 | 89 | ≈98 |
ค่าเผื่อความปลอดภัยสำหรับฝนพาความร้อน (พายุฝนฟ้าคะนอง) ERA5 เป็นข้อมูล reanalysis แบบกริดซึ่งเกลี่ยยอดฝนช่วงสั้นให้ต่ำกว่าจริง — ทั้งที่พายุฝนระยะสั้นคือกรณีวิกฤตของพื้นที่รับน้ำปูผิวขนาดเล็ก จึงออกแบบรางที่ความลึกฝน 24 ชม. ≥120 มม./วัน และใช้ความเข้มฝนออกแบบช่วงสั้น i = 90 มม./ชม. สำหรับวิธี Rational ค่านี้สูงกว่าค่าฝนรายวันรอบ 100 ปีของ ERA5 และเป็นค่าที่ใช้อ้างอิงได้สำหรับการระบายน้ำเขตเมืองพัทยา ทั้งนี้วิศวกรโยธาควรตรวจสอบกับโค้งความเข้มฝน–ช่วงเวลา–ความถี่ (IDF) ของท้องถิ่น (กรมโยธาธิการและผังเมือง / กรมชลประทาน) ในขั้นออกแบบรายละเอียด
Q = C · i · A โดยแบ่งพื้นที่รับน้ำ ≈60% ลงรางด้านใต้ (พื้นที่รับน้ำใหญ่กว่า) และ ≈40% ลงรางด้านตะวันออก
รางยูคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป ค่า Manning n = 0.013 ตรวจสอบที่การไหล 75% ของหน้าตัด (เผื่อระยะพ้นน้ำ ≥25%) Q = (1/n) A R⁵ᵣᵤ Sᵢᵣᵤ
| รางรวบรวม | หน้าตัด กว้าง×ลึก | ความลาด | ความจุ @75% | ปริมาณน้ำ | ความเร็ว | ผลตรวจ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รางหลักด้านใต้ | 0.40 × 0.40 ม. | 0.3% | 123 ลิตร/วินาที | 66 ลิตร/วินาที | 1.03 ม./วินาที | ผ่าน — เผื่อ 1.9 เท่า |
| รางด้านตะวันออก | 0.30 × 0.30 ม. | 0.3% | 57 ลิตร/วินาที | 44 ลิตร/วินาที | 0.85 ม./วินาที | ผ่าน — เผื่อ 1.3 เท่า |
ความเร็วทั้งสองค่าอยู่ในช่วงชะล้างตัวเอง (0.6–2.5 ม./วินาที): เร็วพอที่ตะกอนจะไม่ตกค้าง และช้าพอที่จะไม่กัดเซาะผิวคอนกรีต ความลาดต่ำสุด 0.2% แนะนำ 0.3% เนื่องจากระดับต่างธรรมชาติตลอดช่วงรางด้านใต้ 92 ม. อยู่ที่ ≈1.9 ม. (≈2%) ความลาดจึงไม่เป็นข้อจำกัด — สามารถวางระดับท้องรางให้ราบกว่าผิวดินเพื่อให้รางตื้น โดยยังคงเกินความลาดชะล้างตัวเองขั้นต่ำ
แนวเขตด้านตะวันออกเป็นกำแพงทึบ (แนวเขตด้านอื่นเป็นรั้วโปร่ง) ซึ่งเป็นผลดีต่อการระบายน้ำ: กำแพงทึบตามแนวตะวันออกและมุมตะวันออกเฉียงใต้เป็นแนวกั้นต่อเนื่องที่ป้องกันไม่ให้น้ำไหลนองหลุดออกสู่ถนนโดยไม่ควบคุม บังคับให้น้ำทั้งหมดของพื้นที่ออกทางจุดปล่อยน้ำควบคุมเพียงจุดเดียว รางยูด้านตะวันออกวางชิดด้านในของกำแพงในแนวระยะร่น และดักน้ำก่อนถึงตัวกำแพง
| รายการ | ปริมาณ | ราคาต่อหน่วย (฿) | จำนวนเงิน (฿) |
|---|---|---|---|
| รางยูหลักด้านใต้ 0.40 ม. รวมชั้นรองพื้นและตะแกรงที่จุดตัดผ่าน | 92 ม. | 1,400–1,800 | 129,000–166,000 |
| รางยูด้านตะวันออก 0.30 ม. รวมชั้นรองพื้นและตะแกรงที่จุดตัดผ่าน | 52 ม. | 1,000–1,400 | 52,000–73,000 |
| บ่อพัก / บ่อดักตะกอน | 4 บ่อ | 8,000–15,000 | 32,000–60,000 |
| โครงสร้างจุดปล่อยน้ำ + บ่อดักตะกอน/น้ำมัน + งานเชื่อมต่อท่อถนน | 1 ชุด | 40,000–80,000 | 40,000–80,000 |
| งานปรับความลาดขวางผิวแอสฟัลต์ (เผื่อ) | เหมารวม | — | รวมในงานปูผิว |
| รวมงานระบายน้ำโดยประมาณ | ฿253,000–379,000 |
เฉพาะงานราง (~145 ม. ที่ ฿1,000–1,800/ม.) = ฿181,000–275,000 ถังหน่วงน้ำ (หากจำเป็น) คิดเพิ่มต่างหาก ราคาเป็นอัตราอ้างอิงงานภูมิประเทศในไทย ให้ขอใบเสนอราคาผู้รับเหมาในขั้นประกวดราคา
ส่วนเพิ่มตามแบบวิศวกร (13 ก.ค. 2569): รางยูฝาตะแกรงทิศเหนือ (~100 ม. @ ฿1,400–1,800/ม. ≈ ฿140,000–180,000) + โครงสร้างจุดปล่อยน้ำที่ 2 มุม NE (฿40,000–80,000) รวมเพิ่มประมาณ ฿150,000–260,000 จากตารางข้างต้น → ยอดงานระบายน้ำโดยประมาณ ฿400,000–640,000 หากใช้แบบรางฝาตะแกรงรอบพื้นที่เต็มรูปแบบ ทางลดราคา: ใช้ตะแกรงรับรถบรรทุกเฉพาะลานประตู/จุดตัดผ่าน และใช้ตะแกรงเบา/ฝาปิดในช่วงแนวรั้ว